บทความฟอเร็กซ์

Price Action ในตลาด Forex

เทรดเดอร์มือใหม่หลายคนที่เริ่มเข้ามาเทรดในตลาด Forex แห่งนี้ได้สักพัก ก็มักจะเริ่มได้ยินเพื่อนๆเทรดเดอร์เริ่มพูดถึงการเทรดแบบดู Price Action หรือพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งบางคนอาจจะยังงงๆอยู่ว่าเจ้าสิ่งนี้มันคืออะไร อะไรคือ Price Action ถ้าหากให้พูดกันอย่างง่ายที่สุดเลยการดู Price Action คือการดูกราฟเปล่าๆนั่นเอง ไม่ใช้ Indicators หรือพวกเส้นค่าเฉลี่ยอะไรใดๆทั้งสิ้น โดยการดูพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาจากกราฟเปล่าๆทั้งในรูปแบบของ Candlestick Chart และ Bar Chart ซึ่งมีเทรดเดอร์ในตลาด Forex หลายท่านที่ประสบความสำเร็จใช้วิธีนี้ในการเทรด เพราะพวกเขาเชื่อว่าพวก Indicators หรือเส้นค่าเฉลี่ยต่างๆ ล้วนมาจากการคำนวณของราคา ทั้ง Open High low และ Close ที่ปรากฏอยู่บนกราฟแล้วทั้งสิ้น พวกเขาเหล่านั้นจึงไปโฟกัสการดูพฤติกรรมของราคาเลย แทนที่จะไปดูพวก Indicators

ซึ่งคำว่า Price Action นั้นเกิดขึ้นมานานมาแล้วจนไม่อาจทราบแน่ชัดได้ว่าใครเป็นคิดค้นคำๆนี้ขึ้นมาจริงๆ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนเริ่มสนใจคำว่า Price Action นั้นเป็นเพราะหนังสือที่มีชื่อว่า Reading Price Charts Bar by Bar ซึ่งหนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นมาโดย Al Brooks หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของนักลงทุนที่แสดงออกมาเป็นกราฟให้ทุกๆคนเห็น จากนั้นต่อมาเมื่อ Nial Fuller ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บ www.learntotradethemarket.com ได้นำ Price Action มาใช้ในการเทรด Forex จึงทำให้ Price Action เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยวิธีการเทรดของเขานั้นคือเขาจะเทรดใน Time Flame Daily เป็นหลัก และดู Price Action ตามแนวรับและแนวต้านที่สำคัญต่างๆ นั่นเอง ก่อนที่คุณจะใช้ Price Action คุณควรที่จะศึกษาให้ดีก่อนทั้งในเรื่องความหมาย ความสำคัญ วิธีการใช้ หรือแม้แต่รูปร่างและหน้าตาของ Price Action ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว Price Action ก็จะมีหน้าตา ลักษณะต่างๆที่ปรากฏ และวิธีการวิเคราะห์นั้น ซึ่งมีดังต่อไปนี้

Up bar หรือที่เรียกว่า “Bullish bar” เป็น bar หรือ แท่งเทียน ที่ทำ High สูงขึ้น และ Low สูงขึ้น กว่าแท่งก่อนหน้า แสดงถึงแนวโน้มขาขึ้น ฝั่งซื้อมีกำลังมากกว่าฝั่งขาย โดยปกติแท่งเทียนจะเป็นสีเขียว (ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด) แต่บางครั้งแท่งเทียนสามารถเป็นสีแดงได้เช่นกัน (ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด) เพราะถ้าแท่งเทียนยังคงลักษณะที่ทำ High สูงขึ้น และ Low สูงขึ้น กว่าแท่งก่อนหน้า ก็ยังคงเรียกว่า Up bar

Down bar หรือที่เรียกว่า “Bearish bar” ตรงกันข้ามกับ Up bar เป็น bar หรือ แท่งเทียน ที่ทำ High ต่ำลง และ Low ต่ำลง กว่าแท่งก่อนหน้า แสดงถึงแนวโน้มขาลง ฝั่งขายมีกำลังมากกว่าฝั่งซื้อ โดยปกติแล้วแท่งเทียนจะเป็นสีแดง (ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด) แต่บางครั้งแท่งเทียนสามารถเป็นสีเขียวได้เช่นกัน (ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด) เพราะถ้าแท่งเทียนยังคงลักษณะที่ทำ High ต่ำลง และ Low ต่ำลง กว่าแท่งก่อนหน้า ก็ยังคงเรียกว่า Down bar

Pin bar คือลักษณะไส้เทียน ยาวๆ ออกฝั่งใดฝั่งหนึ่ง และราคาอยู่ตรงข้ามกับฝั่งนั้น ถ้าเป็นลักษณะไส้เทียนยาวๆออกด้านล่าง และราคาปิดอยู่บริเวณด้านบนเป็นลักษณะ Bullish pin bar แสดงถึงระหว่างวันเกิดแรงขาย แต่สุดท้ายก็มาแรงซื้อกลับเข้ามา ในทางตรงกันข้าม ถ้าเป็นลักษณะไส้เทียนยาวๆขึ้นด้านบน และราคาปิดอยู่บริเวณด้านล่างของแท่งเป็นลักษณะ Bearish pin bar แสดงถึงระหว่างวันแรงซื้อพยายามดันราคาขึ้นไป แต่สุดท้ายก็เกิดแรงขายที่รุนแรงกว่าดันราคากลับลงมา

Inside bar บางครั้งเรียกกันว่า “Narrow range bar” โดย inside bar จะมีลักษณะ High ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า และ Low สูงกว่าแท่งเทียนหน้า รูปแบบเป็นการบีบตัวแคบลงของราคา แสดงถึงการราคายังไม่สามารถเลือกทิศทางได้ และถ้าราคาทะลุไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่งก็แสดงว่าตลาดได้เลือกทิศทางที่จะไป

Outside bar บางครั้งเรียกกันว่า “Mother bar หรือ Wide range หรือ Engulfing bar” เป็นลักษณะที่แท่งเทียนทำ High สูงกว่าแท่งก่อนหน้า และ Low ต่ำกว่าแท่งเทียนหน้าเช่นกัน ตำแหน่งของราคานั้นก็แสดงถึงแรงซื้อ หรือแรงขายของฝั่งนั้นที่มีกำลังมากกว่า

Tags
Show More
FBS
Back to top button
Close