บทความฟอเร็กซ์

Margin Call คืออะไร ?

ในเหตุการณ์ที่เงินในบัญชีของคุณนั้นลดลงจนเหลือน้อยกว่ามาร์จิ้น ขั้นต่ำ (มาร์จิ้นที่คุณต้องใช้ในการถือ position) โบรกเกอร์ของคุณจะทยอยปิดออร์เดอร์ที่คุณเปิดอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีคุณขาดทุนจนติดลบ โดยเฉพาะตลาดที่มีความผันผวนสูงคือราคามีการเคลื่อนไหวกว้าง

ตัวอย่างที่ 1
สมมุติว่า คุณเปิดบัญชีฟอเร็กซ์ด้วยเงิน 2,000 เหรียญ (ไม่ใช่ความคิดที่ดี) คุณเปิดบัญชี 1 สแตนดาร์ด ลอท ( 100,000 unit) ของค่าเงิน EUR/USD ซึ่งต้องใช้มาร์จิ้น 1,000 เหรียญ มาร์จิ้นที่เหลืออยู่คุณสามารถเปิดออร์เดอร์เพิ่มหรือสามารถรองรับการขาดทุนของออร์เดอร์ที่คุณเปิดอยู่ตั้งแต่แรกที่คุณเปิดบัญชี 2,000 เหรียญ คุณมีมาร์จิ้นที่คุณสามารถใช้เทรดได้ 2,000 เหรียญ แต่เมื่อคุณเทรด 1 สแตนดาร์ดลอท ซึ่งจะใช้ มาร์จิ้น 1,000 เหรียญ และมาร์จิ้นที่เหลือของคุณอยู่คือ 1,000 ถ้าคุณเสียมากกว่ามาร์จิ้นที่เหลืออยู่คือ 1,000 เหรียญ คุณจะโดน margin call

ตัวอย่างที่ 2
สมมุติว่า คุณเปิดบัญชี ด้วยเงิน 10,000 เหรียญ แล้วคุณเปิดบัญชี 1 สแตนดาร์ดลอท ของค่าเงิน EUR/USD และคุณจะต้องใช้ margin 1,000 เหรียญ จำได้ไหม มาร์จิ้นที่เหลือเป็นเงินที่คุณสามารถใช้ในการเปิดออร์เดอร์ต่อไป หรือเอาไว้รองรับการขาดทุนจากออร์เดอร์ที่เปิดอยู่ดังนั้นถ้าคุณเปิดที่ 1 standard lot ด้วยมาร์จิ้น 10,000 เหรียญ หลังจากคุณเปิดออร์เดอร์ คุณจะมีมาร์จิ้นเหลืออยู่ 9,000 เหรียญ และ 1,000 นั้นเป็นมาร์จิ้นที่ถูกใช้ไปแล้ว ถ้าคุณเสียมากกว่ามาร์จิ้นที่เหลือ 9,000 เหรียญ คุณก็จะถูก margin call

คุณต้องทำความเข้าใจกับความแตกต่างของมาร์จิ้นที่ถูกใช้ไป(used margin) กับมาร์จิ้นที่เหลืออยู่ (usable margin) คืออะไร ถ้ามูลค่ารวมของบัญชีของคุณ มีน้อยกว่ามาร์จิ้นที่เหลือของคุณเนื่องมาจากผลขาดทุนของการเทรด คุณจะต้องฝากเงินเพิ่มหรือไม่เช่นนั้นโบรกเกอร์จะปิดออร์เดอร์ของคุณเพื่อจำกัดความเสี่ยงของคุณและความเสี่ยงของโบรกเกอร์เอง เพื่อไม่ให้คุณเสียมากกว่าที่คุณเทรด ถ้าคุณจะเทรดโดยใช้บัญชีแบบมาร์จิ้น (ยืมเงินโบรกเกอร์เล่นแบบตลาดหุ้น) มันสำคัญมากที่คุณจะต้อง เข้าใจนโยบายเกี่ยวกับบัญชีมาร์จิ้นให้ละเอียด

คุณควรจะรู้ว่าโบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะเรียกมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งทีแรกพวกเขาอาจจะให้ใช้ มาร์จิ้นที่ 1 % ช่วงกลางสัปดาห์ และถ้าคุณถือ position ข้ามสัปดาห์ คุณอาจจะต้องใช้มาร์จิ้นเพิ่มขึ้นจาก 1 % เป็น 2% หรืออาจจะสูงกว่านั้น ซึ่งเรื่องของมาร์จิ้นเป็นเรื่องที่น่ารำคาญใจ และบางคนบอกว่าการใช้มาร์จิ้นเยอะเกินไปเป็นเรื่องอันตราย ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข้าใจของแต่ละบุคคล แต่สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ คุณจะเข้าใจเงื่อนไขหรือนโยบายเกี่ยวกับมาร์จิ้นของโบรกเกอร์ของคุณ ซึ่งคุณจะได้เข้าใจถึงความเสี่ยงที่มีอยู่ด้วยนั่นเอง

บางโบรกเกอร์ได้อธิบายเกี่ยวกับการใช้ leverage ในรูปแบบของเปอร์เซ็นต์มาร์จิ้น โดยใช้หลักการธรรมดา ๆ ระหว่าง 2 แบบ คือ Leverage = 100/ เปอร์เซ็นต์มาร์จิ้น เปอร์เซ็นต์มาร์จิ้น = 100/Leverage และ Leverage ส่วนใหญ่จะแสดงอยู่ในรูปแบบอัตราส่วน เช่น 100:1 หรือ 200: 1

Tags
Show More
FBS
Back to top button
Close