บทความฟอเร็กซ์

5 Indicators ที่นิยมอาจทำให้คุณเข้าสู่การเทรดชั้นยอด

เทรดเดอร์ในตลาด Forex ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นนักวิเคราะห์สายเทคนิคอล ใช้การวิเคราะห์ด้วยคณิตศาสตร์ จิตวิทยาและสถิติ เพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยเครื่องมือที่นิยมใช้ในการวิเคราะห์คือ “Indicators” หลักการของอินดิเคเตอร์ทัวร์ไปๆคือ ใช้หลักคณิตศาสตร์ จิตวิทยาและสถิติ ในการสร้างอินดิเคเตอร์ขึ้นมา โดยอินดิเคเตอร์แต่ละตัวจะมีการคำนวณที่แตกต่างกันและมีประโยชน์ที่แตกต่างกัน ซึ่งมี 5 Indicators ที่เป็นที่นิยมกันอย่างมากในตลาด Forex มีดังนี้

1. Keltner Channel คือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่สามารถช่วยให้คุณมองเห็นกรอบของการเคลื่อนไหวของราคาและสามารถใช้กำหนดแนวโน้มของราคา โดยถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์ความผันผวนของราคาหุ้น ซึ่ง Keltner Channel เป็น Indicator ที่พยายามหากรอบราคาหุ้นที่มีการเคลื่อนที่หรือเหวี่ยงตัว แต่หน้าตาและการใช้งานจะคล้ายกันกับ Bollinger band แตกต่างกันที่สูตรการคำนวณของ Indicator นั้นๆ โดยมีลักษณะการดูแนวโน้มคือ ถ้าหากราคาต่ำกว่าเส้นกลางแต่ไม่ถึงขอบล่างแสดงว่าหุ้นยังเหวี่ยงลงได้อีก แต่ถ้าหากราคาสูงกว่าเส้นกลางแต่ไม่ถึงขอบบนแสดงว่าหุ้นยังเหวี่ยงขึ้นได้อีก แต่อย่างไรก็ตาม Keltner Channels ก็ยังมีสัญญาณหลอกอยู่บ้าง ฉะนั้นคุณควรใช้ร่วมกันกับ Indicator ตัวอื่น ๆด้วย ตัวอย่างเช่น กรณีใช้ร่วมกันกับแท่งเทียน เมื่อเห็นสัญญาณ Over แล้ว ให้พิจารณาแท่งเทียนว่ากับตัวแล้ว อาจจะใช้การดู Divergence ช่วยยืนยันอีกที เพื่อคุณจะได้มั่นใจในการเปิดออเดอร์มากที่สุด ที่สำคัญที่สุดคือคุณอย่าลืม Stop Loss เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอในตลาด

2. Bollinger Band คือ เส้นที่อยู่เหนือราคา และอยู่ตำกว่าราคา สองเส้นนี้จะเป็นกรอบที่รอบล้อมราคา ไว้ และสามารถบอกให้คุณรู้ว่า ราคาควรจะอยู่ในช่วงไหน ซึ่ง Bollinger Band จะประกอบด้วยทั้งหมด 3 เส้น ได้แก่ เส้นขอบบน (Upper Band) , เส้นขอบกลาง (Middle Band) , เส้นขอบล่าง (Lower Band) กรณีที่อยู่ในกราฟ MT4 แต่ถ้าอยู่ใน Marketiva จะมีเพียง 2 เส้น Bollinger Bands เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางเทคนิคที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน เป็นเครื่องมือที่ใช้ดูเทรนด์และการกลับตัวเป็นหลัก บ่งบอกถึงความต่อเนื่องและการเคลื่อนที่ของราคา นักเทคนิคโดยส่วนใหญ่ จะนิยมใช้ Bollinger bans วิเคราะห์ ในกราฟระยะสั้นๆ เช่น รายวัน หรือรายสัปดาห์ มากกว่ารายปี ซึ่งผู้ที่คิดค้นก็คือ นาย จอห์น โบลินเจอร์ (John Bollinger)

3. Moving Average คือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่การนำราคา ณ ช่วงเวลาต่างๆที่นำมาสร้างเป็นชุดข้อมูลในรูปของเสร้นกราฟเส้น โดยมีการเกลี่ยข้อมูลให้เรียบ เพื่อลดการผันผวนของจำนวนวัน ซึ่งนิยมใช้ Moving Average กัน เพื่อดูแนวโน้มทิศทางของราคา ผู้คิดค้น MA ขึ้นมาคือ Mr.Gerald Apple

4. Relative Strength Index คือ ดัชนีวัดความแข็งแรงของตลาด RSI ถูกพัฒนาขึ้นโดย J. Welle Wider Jr. โดยมีสูตรคำนวณว่า RSI = 100-[100/(1+RS)] ซึ่ง RSI เป็นเครื่องมือที่นำว่าวัดการแกว่งตัวของราคาหุ้นสำหรับการลงทุนในช่วงหนึ่งของคุณ เพื่อดู OVERBOUGHT หรือ OVERSOLD ซึ่ง RSI นี้จะวิ่งอยู่ระหว่าง 0-100 โดยใช้ระดับเหนือ 70% บอกถึงภาวะ OVERBOUGHT หรือถ้าคุณซื้อมาเกินไปจะมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงมา และถ้าระดับต่ำกว่า 30% บอกถึงภาวะ OVERSOLD หรือซื้อมากเกินไป มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้น

5. Direction Movement Index เป็นระบบที่ติดตามความเคลื่อนไหวของราคา ถูกพัฒนาโดย J. Welles Wider คนเดียวกันกับคนที่พัฒนา Relative Strength Index นั่นเอง ซึ่งระบบการชี้ทิศทางของความเคลื่อนไหวนี้จะบรรจุข้อมูลของเส้น 14 วัน +DI และ -DI ไว้ตรงกันข้ามโดยมีกฎว่า
5.1 เมื่อ +DI ตัดขึ้น -DI เป็น “สัญญาณชื้อ” (คือให้คุณรีบซื้อ เพราะราคามันกำลังจะขึ้นแล้ว)
5.2 เมื่อ +DI ตัดลง -DI เป็น “สัญญาณขาย” (คือให้คุณรีบขาย เพราะมันกําลังจะลง)

Tags
Show More
FBS
Back to top button
Close