Bitcoin

เมื่อตำนาน ‘บิทคอยน์ พิซซ่า’ กลับมาอีกครั้ง

ย้อนกลับไปเกือบ 8 ปีที่ผ่าน ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2010 นาย Laszlo Hanyecz โปรแกรมเมอร์หนุ่ม ได้ตั้งกระทู้หนึ่งลงในบิทคอยน์ ฟอรั่ม ของเว็บไซต์ BitcoinTalk.org เพื่อเสนอซื้อพิซซ่า 2 ถาดใหญ่ หน้าธรรมดาๆ อาทิ หัวหอม, พริก, ไส้กรอก, เห็ด, มะเขือเทศ, พริกป่น หรือจะเป็นพิซซ่าชีสก็ไม่เกี่ยง ซึ่งผู้ขายจะลงมือทำเอง หรือจะสั่งจากร้านพิซซ่าก็ได้ ขอเพียงมาส่งให้เขาที่แจ็กสันวิลล์ มลรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา โดยเขายินดีจ่ายค่าพิซซ่าหน้าบ้านๆที่มาส่งถึงหน้าบ้าน ด้วย 10,000 บิทคอยน์ เงินดิจิตัลสกุลแรกของโลกที่เพิ่งถือกำเนิด และมีอายุเพียงขวบกว่าๆในเวลานั้น

สามวันผ่านไปหลังตั้งกระทู้ การตอบรับดูเงียบจนถึงเหงา ขนาดว่า Hanyecz ต้องออกมาให้ความเห็นเชิงตัดพ้อในกระทู้ของตัวเองว่า ‘ออเจ้าทั้งหลายไม่สนใจกันฤๅ? หรือหมื่นบิทคอยน์ที่ข้าเสนอ มันถูกเกินไป?’

ทว่าวันรุ่งขึ้นเขาก็กลับมาโพสต์อีก แต่ครั้งนี้เป็นคำขอบคุณ พร้อมลงรูปถ่ายพิซซ่า 2 กล่อง ที่ได้รับจากสมาชิกฟอรั่มที่ใช้ชื่อ Jercos หรือรู้กันภายหลังว่าคือ นาย Jeremy Sturdivant ผู้เป็นธุระสั่งพิซซ่าจากร้าน Papa John ส่งไปยังบ้านของ Hanyecz และรับ 10,000 บิทคอยน์ไปตามข้อเสนอซื้อ โดย 1 บิทคอยน์ ณ วันนั้น คิดเป็นเงินไทยราวสิบกว่าสตางค์เท่านั้น แต่หลังเริ่มเป็นที่รู้จัก มูลค่าของมันเคยพุ่งเกินครึ่งล้านบาท ต่อ 1 บิทคอยน์กันเลยทีเดียว

วันที่ 22 พฤษภาคม 2010 จึงเป็นวันประวัติศาสตร์ ที่เกิดการซื้อ/ขายด้วยบิทคอยน์เป็นครั้งแรก และถูกเรียกว่า Bitcoin Pizza Day ในเวลาต่อมา

ตัดฉับกลับมาราวต้นปี 2018 นาย Laszlo Hanyecz ตำนานแห่ง ‘บิทคอยน์ พิซซ่า’ กลับมาถูกกล่าวถึงในวงการอีกครั้ง คราวนี้เขาต้องการทดสอบ Lightning Network เทคโนโลยีที่ทำงานแบบอิสระ แต่คู่ขนานกับ Blockchain Network ที่สัมพันธ์กับบิทคอยน์อยู่ในปัจจุบัน ซึ่ง Blockchain ก็มีข้อจำกัดบางประการ อาทิ การขยายความสามารถของเครือข่าย รวมถึงความล่าช้าของการประมวลผล โดยเป้าหมายการทดสอบของ Hanyecz ครั้งนี้ ก็หวังให้เทคโนโลยี Lightning Network ช่วยปรับปรุง/แก้ไขข้อจำกัดของ Blockchain Network ซึ่งหากเป็นไปได้จริงตามคาด ก็สามารถเพิ่มความเร็วและลดค่าใช้จ่ายการทำธุรกรรมต่างๆของบิทคอยน์ได้ และนั่นอาจช่วยให้บิทคอยน์ รวมถึงเงินดิจิตัลสกุลอื่น สามารถแข่งขันบนเวทีการชำระเงินแบบอิเลคทรอนิคส์ในโลกล้ำยุคได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพ

เมื่อปี 2010 ที่เขาซื้อพิซซ่าด้วยบิทคอยน์ครั้งแรก คำนวณออกมาเป็นค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมประมาณ 6 เซ็นต์ แต่ราวปลายปี 2017 ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเพิ่มขึ้นสูงถึงราว 55 ดอลลาร์ ต่อ 1 ธุรกรรม แถมยังต้องรอเวลา กว่าธุรกรรมจะเสร็จครบขั้นตอนอีกต่างหาก ซึ่งทำให้การซื้อสินค้าในชีวิตประจำวันแทบเป็นไปไม่ได้ นักพัฒนาซอฟต์แวร์รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องต่างระดมสมองและความร่วมมือ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่ง Laszlo Hanyecz เป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้

‘ผมอยากแสดงให้เห็นว่า เรายังสามารถซื้อพิซซ่าด้วยบิทคอยน์ได้เหมือนเดิม’ Hanyecz กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากแจ็กสันวิลล์ ฟลอริดา ‘ถ้าการซื้อพิซซ่าแค่ 50 ดอลลาร์ แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมสูงถึง 100 ดอลลาร์ นั่นก็ไม่ได้เรื่องละ แนวคิด Lightning Network นอกจากช่วยให้ปลอดภัยและสบายใจจากการทำธุรกรรมบิทคอยน์แล้ว ยังต้องทำได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย’

ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมของบิทคอยน์ที่เพิ่มสูงขึ้น เรื่องสำคัญก็เนื่องจากมูลค่าบิทคอยน์ที่อาจเรียกได้ว่า พุ่งพรวดอย่างรวดเร็ว การใช้ Lightning Network จะช่วยให้คู่ธุรกรรมสามารถโอนย้ายจ่ายเงินระหว่างกันได้ โดยไม่ต้องผ่าน Blockchain เต็มรูปแบบเหมือนปัจจุบัน และเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าและค่าใช้จ่ายต่างๆ Lightning Network จึงเลือกบันทึกเฉพาะยอดคงเหลือที่เกิดขึ้น ไม่ใช่บันทึกทุกประวัติการเคลื่อนไหวของธุรกรรมเหมือน Blockchain Network แต่ทั้งนี้ ความปลอดภัยของข้อมูลก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำรงไว้ และเสริมด้วยการพัฒนาให้น่าเชื่อถือยิ่งขึ้นอีก

นาย Laszlo Hanyecz ผู้สร้างตำนานแห่ง ‘บิทคอยน์ พิซซ่า’ ไม่ใช่เพียงคนเดียว หรือเป็นคนแรก หรือเป็นคนหลัก ที่ให้ความสนใจ Lightning Network ที่คาดกันว่าอาจเป็นพัฒนาการอีกก้าวของบิทคอยน์ หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ แต่เมื่อ‘ตำนาน’เคลื่อนไหว ใครๆก็จับตา

Tags
Show More
FBS
Back to top button
Close