บทความฟอเร็กซ์

ผู้เล่นและกลไกในตลาดฟอเร็กซ์ (Forex)

มีหลายคนที่ยังสงสัยว่า มีใครบ้างที่ซื้อขายในตลาดฟอเร็กซ์(Forex) สำหรับตลาดฟอเร็กซ์(Forex) แล้วมีผู้ค้าที่แตกต่างกันหลายแบบ มีทั้งการซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างธนาคาร การซื้อขายเงินตราเพื่อชำระค่าสินค้าจากการนำเข้าหรือส่งออก การซื้อขายเพื่อประกันความเสี่ยง หรือการเก็งกำไร ผู้ค้าต่างๆ มีดังรูปด้านล่าง

ปัจจุบันเรามีผู้เล่นหลักๆ ในตลาดฟอเร็กซ์(Forex) ดังนี้
– องค์กรชั้นนำระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงค์
– ธนาคารกลางของรัฐบาล (Central Bank)
– ธนาคารพาณิชย์ในประเทศ
– สถาบันการเงินต่างๆ เพื่อระดมทุนในการลงทุน
– โบรกเกอร์ (Broker) นายหน้าซื้อขายสกุลเงิน ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อกับ ธนาคาร
– กองทุนรวม สำหรับ ฟอเร็กซ์(Forex)
– บริษัทประกันภัย
– บริษัทที่นำเข้าสินค้า หรือส่งออกสินค้า
– นักเก็งกำไรรายใหญ่
– บุคคลทั่วไป

จะเห็นได้ชัดว่าคนที่เกี่ยวข้องกับตลาดฟอเร็กซ์ (Forex) นั้นมีอยู่เยอะเลยครับ ซึ่งแต่ละคนหรือองค์กรก็จำเป็นจะต้องเกี่ยวข้องกับตลาดนี้แตกต่างกันไป เช่น ธนาคารกลางของประเทศ(Central Bank) จะเน้นการควบคุมเสถียรภาพการเงินของประเทศ ธนาคารพาณิชย์(Commercial Bank) มักเกี่ยวข้องกับตลาดในเรื่องเสถียรภาพขององค์กรและการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างธนาคารต่างๆ ในโลก ดังนั้น ใครที่คิดจะเทรดฟอเร็กซ์(Forex)ต้องไม่ลืมว่า เราไม่ได้อยู่คนเดียวในตลาด ไม่มีใครสำคัญที่สุดในตลาดนี้ และตลาดนี้ไม่ได้เป็นตลาดเฉพาะของแต่ละประเทศ แต่เป็นตลาดขนาดใหญ่ระดับโลก ถ้าคุณไม่ศึกษาให้ดีก่อนเข้ามาในตลาดรับประกันได้ว่าเอาเงินออกไปจากตลาดยากแน่นอนครับ ถูกตลาดเตะคุณออกจากการเทรดฟอเร็กซ์(Forex) แน่นอน

กลไกตลาดฟอเร็กซ์(Forex) มีหลายปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดว่าในแต่ละวันราคาควรจะเป็นที่เท่าไหร่ ตัวอย่างเช่น คู่สกุลเงิน EUR/USD อยู่ก็หมายถึง สภาพเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปเป็นบวกหรือลบเมื่อเทียบสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐ ณ เวลานั้นๆ หรือเรียกทับศัพท์ว่า Economy of Euro VS Economy of US นั่นเอง

ในสภาพเศรษฐกิจภาพใหญ่โดยรวม ประกอบไปด้วยปัจจัยมากมาย เช่น การได้เปรียบทางการค้าหรือขาดดุล บัญชีเดินสะพัด ค่าเงินเฟ้อหรือเงินฝืด การขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ย การไหลเข้าออกของเงินต่างชาติในประเทศ อัตราการว่างงาน ค่าจ้าง นโยบายของรัฐที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ความมั่งคั่งแห่งรัฐ ตลาดหุ้นในประเทศ และมีตัวแปรย่อยๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยพื้นฐานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับค่าเงินสกุลในช่วงเวลานั้นๆ

ดังนั้น กลไกตลาดคู่เงิน EUR/USD ก็ขึ้นอยู่กับ สภาพเศรษฐกิจของใครแข็งแกร่งหรือดีกว่า ค่าเงินก็จะแข็งขึ้นเป็นที่ต้องการของตลาดโลก เวลาที่สหภาพยุโรปประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่ดี ค่าเงินยูโรก็แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ กราฟมีทิศทางขาขึ้น หากวันเดียวกันสหรัฐฯ ประกาศว่าตัวเลขอัตราการว่างงานน้อยลง ค่าเงินดอลลาร์ก็จะแข็งค่าขึ้นมาสู้กับค่าเงินยูโรและสกุลเงินอื่นๆ ทันที

ในแต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน หรือสามเดือนหนึ่งไตรมาส แต่ละประเทศก็จะมีการประกาศตัวเลขทางเศษฐกิจ(Economic Data) เพื่อให้คนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้รับทราบสภาพเศรษฐกิจของตนเองว่าเป็นอย่างไร การประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ เหล่านี้ จะมีผลทำให้ตลาดฟอเร็กซ์(Forex) มีทิศทางกำลังเคลื่อนที่ขึ้นหรือวิ่งลง ตามสภาพเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ

แต่เท่าที่นักวิเคราะห์เห็นตรงกัน ข้อมูลที่มีผลมากต่อตลาดฟอเร็กซ์(Forex) หลักๆ คือ การกำหนดอัตราดอกเบี้ย อัตราการผลิตสินค้าที่สำคัญ อัตราเงินเฟ้อและการจ้างงาน การเทรดฟอเร็กซ์คล้ายกับหุ้น คือ ข่าวทางด้านเศรษฐกิจมีผลโดยตรงต่อการขึ้นลงของกราฟ แต่ฟอเร็กซ์ต้องเอาข่าวจากสองคู่สกุลเงินมาเปรียบเทียบกัน คนเก็งกำไรฟอเร็กซ์จึงจำเป็นต้องรู้ข่าวมากกว่าการเล่นหุ้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมตลาดฟอเร็กซ์ (Forex) จึงมีความผันผวนสูงมาก เมื่อเทียบกับหุ้น คุณจะต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าตัวเลขไหนมีผลกับตลาดยังไง ทำให้กราฟเคลื่อนที่ขึ้นหรือลง เพื่อใช้ในการเก็งกำไร

เราสามารถสรุปปัจจัยหลักที่มีผลทำให้ค่าเงินแข็งหรืออ่อนค่า ได้ดังนี้ สภาพเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ เช่น ตัวเลขทางเศรษฐกิจ (Economic Data)
– นโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง
– งบการค้าระหว่างประเทศ
– ความมั่นคงทางการเมือง
– นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล
– ความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงความคาดหวังและข่าวลือต่าง ๆ
– การเข้ามาเก็งกำไรของนักลงทุนรายใหญ่

การเรียนรู้ข้อมูลเศรษฐกิจ เป็นสิ่งสำคัญ เราเรียกว่าการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของตลาด ซึ่งต้องเอาผลลัพธ์ไปรวมกับการวิเคราะห์กราฟหรือทางเทคนิคแล้ว ก็จะทำให้คุณตัดสินใจเทรดได้ หากคุณวิเคราะห์ได้ดี หากมีแต่กำไร กลับกันหากวิเคราะห์ผิดก็มีแต่ขาดทุน หากคุณไม่สนใจไม่เข้าใจข้อมูลพวกนี้ ไม่พยายามหาข่าว ติดตามข้อมูลเหล่านี้ ความเสี่ยงก็เพิ่มสูงขึ้นมากตามไปด้วยครับ

Tags
Show More
FBS
Back to top button
Close