บทความฟอเร็กซ์

ทฤษฎี WOLFE WAVE

ทฤษฎี Wolfe Wave เป็นทฤษฎีที่มีความน่าสนใจ เพราะนำกฎข้อที่ 3 ของนิวตัน (เด็กม.ปลายสายวิทย์-คณิตคงรู้จักกฎนี้เป็นอย่างดี) เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ และคุณเริ่มสงสัยแล้วใช่ไหมว่ากฎข้อที่ 3 จะมีความเกี่ยวข้องกับทฤษฎี Wolfe Wave ได้อย่างไร ถ้าคุณก็สงสัยจริงๆละก็ วันนี้เรามาเริ่มเรียนรู้ทฤษฎีนี้ไปพร้อมๆกันดีกว่า ว่ามันใช้อย่างไร หรือมีขั้นตอนการนำไปใช้อย่างไรบ้าง

ทฤษฎี Wolfe Wave ถูกค้นพบโดย Bill Wolfe ในขณะที่เขากำลังสังเกตการเคลื่อนไหวของดัชนี S&P 500 แต่ผู้ที่นำทฤษฎีนี้มาเผยแพร่คือ Bryan Wolfe ซึ่งผู้เป็นลูกชายของเขา โดยทฤษฎี Wolfe Wave ได้มีการกล่าวถึงโครงสร้างของคลื่นที่มีความสัมพันธ์กับกฎข้อที่ 3 ของนิวตัน (action = reaction) ซึ่งในที่นี้หมายถึงการดำเนินการทางราคาจะต้องเกิดปฏิกิริยาตรงข้าม การเคลื่อนไหวเหล่านี้จะสร้างรูปแบบคลื่นที่ชัดเจนและ เพียงพอต่อการลากเส้นแนวโน้ม (Trendline) โดยปกติแล้วนักลงทุนไม่สามารถมองหา Wolfe Wave ได้ จนกว่าจะมีคลื่นลำดับที่ 1, 2, 3 และ 4 จะปรากฏขึ้น แล้วการตั้งค่าเป้าหมายในการซื้อขายจาก Wolfe Wave ก็คือการคาดหวังกำไรในคลื่นลำดับที่ 5 โดยโปรดนึกไว้เสมอว่า Wolfe Wave ในกรณี Sell คลื่นลำดับที่ 3 จะต้องสูงกว่าคลื่นลำดับที่ 1 และในกรณี Buy คลื่นลำดับที่ 3 จะต้องต่ำกว่าคลื่นลำดับที่ 1 ทั้งนี้เพื่อวิเคราะห์สภาพของตลาดให้แม่นยำก่อนลงมือทำการซื้อขาย

การสร้างคลื่น Wolfe Wave

Wolfe Wave เป็นรูปแบบของคลื่นที่สามารถใช้ได้เป็นอย่างดีในช่วงเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นักลงทุนนิยมใช้ Wolfe Wave คู่กับกราฟระยะสั้น ในการเกิดคลื่น Wolfe Wave จะต้องตรวจสอบกราฟให้พบความเปลี่ยนแปลงที่แสดงออกในรูปแบบคลื่น 2 คลื่นเสียก่อน จากนั้นจึงมองหาคลื่นในลักษณะเดียวกันทิศทางตรงข้าม

ขั้นตอนการสร้างคลื่น Wolfe Wave

ในการสร้างคลื่น Wolfe Wave นักลงทุนจะต้องมองหาจุด Swing ของคลื่นแต่ละลูกก่อน จากนั้นกำหนดหมายเลขให้กับคลื่นแต่ละลูก เมื่อได้รูปแบบกราฟแล้วให้ลากเส้นเชื่อมระหว่างคลื่นลำดับที่ 1 กับ คลื่นลำดับที่ 3 และคลื่นลำดับที่ 1 กับคลื่นลำดับที่ 4

สุดท้ายนี้ ในการกำหนดจุด Stop Loss (S/L) ให้ตั้งไว้สูงกว่าคลื่นลำดับที่ 4 อย่างน้อย 20 จุด ในขณะที่จุด Target (T/P) จะเป็นจุดที่ราคาวิ่งมายังเส้นที่ได้ลากไว้

นี่เป็นเกร็ดความรู้คร่าวๆเกี่ยวกับทฤษฎี Wolfe Wave ณ ตอนนี้เราจะยังไม่ลงรายละเอียดไปมาก เพราะอยากให้คุณได้ค่อยๆศึกษาและสะสมความรู้ไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและกังวลเวลานำไปใช้จริง อย่างไรก็ตามต่อให้ทฤษฎีนี้หรือทฤษฎีอื่นๆเป็นสิ่งที่คนนิยมใช้มาก แต่ถ้าคุณมีทฤษฎีเป็นของคุณเอง มันจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีกลยุทธ์และการวางแผนที่ดีในการลงทุนของคุณ และทำให้คุณเป็นคนที่รอบคอบมากขึ้น

Tags
Show More
FBS
Back to top button
Close