บทความฟอเร็กซ์

ความหลากหลาย INDICATOR

อินดิเคเตอร์เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งนักลงทุนใช้ประกอบการซื้อขาย และช่วยในการตัดสินใจตั้งค่า Stop Loss (S/L) และ Target (T/P) ส่วนใหญ่นักลงทุนใช้อินดิเคเตอร์วัดความผิดปกติของตลาดและจับสัญญาณการซื้อขาย เราลองมาดูรายละเอียดทั่วไปของอินดิเคเตอร์ที่มีความหลากหลายแตกต่างกันไป ว่าจะมีความหมายและประโยชน์ต่อการใช้งานมากน้อยเพียงใด

หมวดอักษร O
On Balance Volume (OBV)

-เป็นอินดิเคเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับปริมาณการเปลี่ยนแปลงทางราคา ถูกสร้างขึ้นโดย Joseph Granville
เมื่อค่าสูงกว่าการปิดก่อนหน้านี้ทั้งหมดของปริมาณของวัน จะถือว่าเป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้น เมื่อค่าต่ำกว่าการปิดก่อนหน้านี้ทั้งหมดของปริมาณของวัน จะถือว่าเป็นปริมาณที่ลดลง สมมติฐานเกี่ยวกับการวิเคราะห์อินดิเคเตอร์คือการเปลี่ยนแปลงอินดิเคเตอร์นำหน้าราคา

หมวดอักษร P
Parabolic SAR

-อินดิเคเตอร์บ่งชี้ทางเทคนิคที่ได้รับการพัฒนาสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด สร้างขึ้นบนกราฟราคา
อินดิเคเตอร์จะคล้ายกับอินดิเคเตอร์ Moving Average แตกต่างเพียง Parabolic SAR เคลื่อนที่ไปพร้อมกับ
อัตราการเร่งความเร็วที่สูงขึ้นและอาจมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในแง่ของราคาเร็วกว่า อินดิเคเตอร์เมื่ออยู่ต่ำกว่าแท่งเทียนบ่งบอกถึงขาขึ้น และอินดิเคเตอร์ที่อยู่เหนือแท่งเทียนบ่งบอกถึงขาลง

หมวดอักษร R
Relative Strength Index (RSI)

-อินดิเคเตอร์แบบ Oscillator กำหนดราคาในช่วงระหว่าง 0 ถึง 100 ได้รับการพัฒนาโดย J. Welles Wilder
Relative Strength Index เป็นอินดิเคเตอร์ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนมาก วิธีการวิเคราะห์คือการมองหาความแตกต่างในระดับราคาที่เกินกว่า 70 หรือต่ำกว่า 30 นิยมใช้อินดิเคเตอร์เพื่อตรวจสอบสัญญาณ
Convergence, Divergence, Support, Resistance, Overbought และ Oversold
Relative Vigor Index (RVI)
-อินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกถึงความแข็งแรงของสภาวะตลาดในขณะนั้น หากสีเขียวอยู่เหนือสีแดงบ่งบอกถึงแนวโน้มขาขึ้น หากสีแดงอยู่เหนือสีเขียวบ่งบอกถึงแนวโน้มขาลง

หมวดอักษร S
Standard Deviation

-อินดิเคเตอร์แสดงค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานบอกถึงมูลค่าของตลาด สามารถวัดความผันผวน อินดิเคเตอร์นี้จะอธิบายถึงช่วงของความผันผวนของราคาเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย ดังนั้นถ้าค่าของอินดิเคเตอร์นี้อยู่ในระดับสูงในตลาดจะผันผวนอย่างมาก ถ้าค่าของอินดิเคเตอร์นี้อยู่ในระดับต่ำ สามารถอธิบายว่ามีความผันผวนในระดับต่ำและราคาแท่งเทียนจะใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย
Stochastic Oscillator
-อินดิเคเตอร์เปรียบเทียบราคาที่ปิดสัมพันธ์กัน แสดงในรูปแบบของ Oscillator ช่วงราคาในช่วงเวลาที่กำหนดในอินดิเคเตอร์จะแสดงเป็นสองสาย สายหลักเรียกว่า %K สายรองเรียกว่า %D ซึ่งเป็นฐานของการเคลื่อนไหว %K นักลงทุนจะซื้อเมื่อ Oscillator (ทั้ง% K และ %D) ต่ํากว่าระดับที่เฉพาะเจาะจง (ตัวอย่างเช่น 20) แล้วเพิ่มขึ้นเหนือระดับนั้น ขายเมื่อ Oscillator เพิ่มขึ้นเหนือระดับที่เฉพาะเจาะจง (ตัวอย่างเช่น 80) และจากนั้นลดลงต่ำกว่าระดับนั้น

หมวดอักษร W
Williams’ Percent Range

-อินดิเคเตอร์แบบไดนามิกที่สามารถคำนวณค่าได้ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในสภาพ Overbought หรือ Oversold
การใช้งานคล้ายกับ Stochastic Oscillator ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ %R จะคว่ำลงและ Stochastic
Oscillator ตัดกันภายใน ค่าช่วงร้อยละ -30% นักลงทุนควรละเลยสัญญาณดังกล่าว เมื่อดำเนินการวิเคราะห์
ราคาแล้ว ค่าของอินดิเคเตอร์ระหว่าง 80 และ 100% แสดงให้เห็นว่าตลาดเป็น Oversold ค่าของอินดิเคเตอร์
ระหว่าง 0 และ 20% แสดงให้เห็นว่าตลาดเป็น Overbought

ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจ ในสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่ ผู้คือผู้ที่จะประสบความสำเร็จได้ในอนาคตอันใกล้ กอบโกยเอาประสบการณ์ให้มากๆ จะได้ไม่ประมาทและพลาดเสียโอกาสดีๆไป

Tags
Show More
FBS
Back to top button
Close